กรมส่งเสริมการเกษตร ผนึกกำลังคณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัย รับฟังปัญหาเกษตรกร พร้อมถ่ายทอดความรู้ “กู้พืช หยุดโรค ฟื้นราก หลังน้ำลด” ผ่าน Facebook Live กรมส่งเสริมการเกษตร มุ่งให้เจ้าหน้าที่และเกษตรกรนำองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญไปใช้ฟื้นฟูพืช ดิน และรากพืชอย่างถูกวิธี ลดความเสียหายจากโรคและศัตรูพืชหลังน้ำลด และช่วยให้เกษตรกรกลับมาประกอบอาชีพได้โดยเร็ว


นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์อุทกภัยตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน – 7 ตุลาคม 2569 ส่งผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตรใน 50 จังหวัด มีเกษตรกรคาดว่าจะได้รับความเสียหายประมาณ 170,000 ราย และมีพื้นที่คาดว่าเสียหายรวมประมาณ 1.81 ล้านไร่ แบ่งเป็นนาข้าวประมาณ 1.38 ล้านไร่ พืชไร่และพืชผักประมาณ 303,000 ไร่ และไม้ผลไม้ยืนต้นประมาณ 29,878 ไร่ กรมส่งเสริมการเกษตรจึงติดตามสถานการณ์และความคืบหน้าการสำรวจความเสียหาย การช่วยเหลือเยียวยา และการฟื้นฟูพื้นที่การเกษตรอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกษตรกรได้รับความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง เพราะการที่น้ำลดไม่ได้หมายความว่าปัญหาจะสิ้นสุดซึ่งพืชที่ผ่านน้ำท่วมยังต้องได้รับการฟื้นฟูอย่างเหมาะสม ทั้งการดูแลต้นและระบบราก การป้องกันโรคและศัตรูพืช ตลอดจนการฟื้นฟูสภาพดิน เพื่อให้สามารถกลับมาเจริญเติบโตและให้ผลผลิตได้อีกครั้ง

รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่า ความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในครั้งนี้ ได้นำองค์ความรู้ทางวิชาการมาถ่ายทอดสู่การปฏิบัติจริง ผ่านกิจกรรม “กู้พืช หยุดโรค ฟื้นราก หลังน้ำลด” ทาง Facebook Live กรมส่งเสริมการเกษตร โดยมีคณาจารย์และผู้เชี่ยวชาญจากภาควิชาต่าง ๆ ของคณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรและเกษตรกรในพื้นที่ประสบอุทกภัย เพื่อให้สามารถประเมินความเสียหายและเลือกวิธีฟื้นฟูพืชได้อย่างเหมาะสมกับสภาพพื้นที่และชนิดพืช เนื้อหาการถ่ายทอดครอบคลุมตั้งแต่การประเมินความเสียหายและการช่วยชีวิตพืช การพิจารณาว่าพืชต้นใดยังสามารถฟื้นตัวได้ การวินิจฉัยอาการผิดปกติ การจัดการโรคและแมลงศัตรูพืชหลังน้ำลด เทคโนโลยีการฟื้นฟูดินและระบบราก ตลอดจนการจัดการสวนเพื่อรับมือกับความเสี่ยงในอนาคตและการดูแลพืชหลังเริ่มฟื้นตัว โดยเน้นหลักการ “สำรวจให้ชัด แก้ให้ถูก ฟื้นฟูเป็นขั้นตอน” ไม่เร่งใส่ปุ๋ยหรือใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืชโดยไม่ประเมินสภาพต้นและรากก่อน เพื่อป้องกันการเพิ่มต้นทุนโดยไม่จำเป็นและลดความเสี่ยงต่อความเสียหายของพืช

จุดเด่นของกิจกรรมครั้งนี้ คือ การเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรและเกษตรกรสอบถามปัญหาที่พบจริงในแปลงปลูก พร้อมรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญโดยตรง ช่วยให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำความรู้ไปปรับใช้ได้ตรงกับสถานการณ์ของตนเอง สอดคล้องกับเป้าหมายการทำงานที่ต้องการให้การถ่ายทอดองค์ความรู้ไม่หยุดอยู่เพียงการให้ข้อมูล แต่สามารถนำไปสู่การแก้ไขปัญหาและฟื้นฟูการผลิตได้อย่างเป็นรูปธรรม
“บทบาทสำคัญของกรมส่งเสริมการเกษตร คือ การช่วยเหลือเกษตรกรให้ถูกต้อง ตรงตามความเสียหาย และเป็นธรรม ขณะเดียวกัน เราไม่ได้มองเฉพาะการเยียวยาความเสียหาย แต่ต้องให้ความสำคัญกับการทำอย่างไร ให้เกษตรกรกลับมาประกอบอาชีพและผลิตสินค้าเกษตรได้โดยเร็วที่สุด ความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในครั้งนี้ จึงเป็นการเสริมศักยภาพทั้งเจ้าหน้าที่และเกษตรกรให้สามารถฟื้นฟูพื้นที่การเกษตรได้อย่างเหมาะสม ลดความเสี่ยงจากโรคและศัตรูพืชหลังอุทกภัย และรักษาศักยภาพการผลิตพืชเศรษฐกิจของประเทศให้ดำเนินต่อไปได้” รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าว.-

ที่มา : https://www.doae.go.th/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3-%e0%b8%9c%e0%b8%99-3/

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Scroll to Top